การเก็บตัวอย่างซีรั่ม

ตัวอย่างซีรั่มใช้สำหรับการตรวจยืนยันโรคภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน โดยการตรวจหาระดับ Thyroid stimulating hormone(TSH) และThyroxine (T4) และ/หรือ Free T4 (FT4) โดยวิธี Enzyme-Linked Immuno sorbent Assay (ELISA) และการตรวจยืนยันโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) โดยการวิเคราะห์หาระดับฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) และไทโรซีน (Tyrosine) ด้วยวิธี Tandem Mass Spectrometer (MS/MS) หรือวิธี High performance liquid chromatography (HPLC) ด้วยเครื่อง Amino acid analyzer เมื่อศูนย์ปฏิบัติการตรวจคัดกรองสุขภาพทารกแรกเกิดแห่งชาติได้รับตัวอย่างจากทางสถานพยาบาลแล้ว สถานพยาบาลสามารถดูผลการวิเคราะห์ผ่านทางเว็บไซต์ www.neoscreen.go.th ได้ภายใน 3 วัน

การเจาะเก็บตัวอย่างซีรั่มและนำส่งเพื่อตรวจยืนยัน

1. เจาะเลือดให้ได้ประมาณ 2-3 มิลลิลิตร

2. นำไปแยกเป็นซีรั่ม


3. ดูดซีรั่มแยกเก็บใส่หลอดให้ได้ประมาณ 1-2 มิลลิลิตร พันพาราฟิล์มปิดปากหลอดให้สนิทกันการรั่วซึม  หรือใส่หลอดที่มีฝาปิดสนิท


4. ติดฉลากที่มีชื่อ นามสกุล และ HN ของผู้ป่วยที่ชัดเจน และนำส่งห้องปฏิบัติการ


ข้อควรปฏิบัติในการติดฉลากชื่อ นามสกุลของผู้ป่วย มีวิธีการดังนี้

  1. ติดฉลากชื่อ นามสกุลเป็นแนวตรง และควรติดเฉพาะด้านหน้าหลอด

การติดฉลากชื่อ นามสกุลบนหลอดซีรั่มที่ถูกวิธี

 

2. เมื่อติดฉลากแล้ว ควรมีช่องว่างให้เห็นระดับซีรั่มที่ส่งใส่ลงมาในหลอด และหากฉลากยาวเกินหลอดซีรั่ม ให้ตัดหรือพับส่วนที่เกินออกได้ โดยให้เหลือส่วนที่เป็นชื่อ นามสกุล HN โรงพยาบาลที่ชัดเจนไว้

3. ไม่ควรพันฉลากชื่อ นามสกุล รอบหลอดซีรั่มเพราะจะทำให้มองไม่เห็นระดับซีรั่มในหลอด


การติดฉลากชื่อ นามสกุลบนหลอดซีรั่มที่ผิดวิธี

กรณีเจาะเก็บตัวอย่างซีรั่มเพื่อตรวจยืนยันโรค Phenylketonuria (PKU) ควรเจาะเลือดทารกก่อนกินนม หรือหลังจากให้นม 2-3 ชั่วโมง ถ้าเจาะทันทีหลังจากให้นมแล้วอาจทำให้ซีรั่มขุ่นเพราะมีไขมันหรือทำให้มีโปรตีนในซีรั่มสูงกว่าค่าปกติได้

 

ข้อควรระวัง

  • ควรระวังให้มีการปนเปื้อนเชื้อน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ซีรั่มเสีย

  • ควรใช้ภาชนะที่สะอาดปราศจากเชื้อหรือวัตถุปนเปื้อนและมีฝาปิดสนิทในการบรรจุซีรั่ม

  • ไม่ควรใช้หลอดแก้วบรรจุซีรั่ม เนื่องจากอาจเกิดอุบัติเหตุจากการที่หลอดแก้วแตกในขณะนำส่งห้องปฏิบัติการ

 

ลักษณะซีรั่มที่มีสภาพเหมาะสม

ซีรั่มที่มีคุณภาพที่ดี เป็นสิ่งจำเป็นต่อการตรวจวิเคราะห์ ทำให้ผลการตรวจวิเคราะห์มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ ซึ่งลักษณะของตัวอย่างซีรั่มที่เหมาะสมของงานตรวจคัดกรองสุขภาพทารกแรกเกิดแห่งชาติ ควรเป็นดังต่อไปนี้

1. ซีรั่มต้องมีลักษณะเหลว ใส สีเหลืองอ่อน


2. มีปริมาณอย่างน้อย 1-2 มิลลิลิตร

3. ไม่ควรมีเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolysis) ถ้ามีเม็ดเลือดแดงแตกซีรั่มจะมีสีชมพู/แดง

กรณีที่ตัวอย่างซีรั่มมีลักษณะขุ่น หรือมีสีชมพู/แดง เนื่องจากการแตกของเม็ดเลือดแดง (Hemolysis) ในระดับ 1+ ถึง 2 + นั้น จะทำการตรวจวิเคราะห์ และหมายเหตุสภาพตัวอย่างไว้ในใบรายงานผล


ซีรั่มขุ่น


ซีรั่มมีสีชมพู/แดง (Hemolysis) ในระดับ  1+ ถึง 2 +

 

เกณฑ์การปฏิเสธตัวอย่างซีรั่มที่ไม่สามารถตรวจวิเคราะห์ได้

ลักษณะซีรั่มที่ไม่เหมาะสมสำหรับการตรวจวิเคราะห์ และไม่สามารถตรวจวิเคราะห์ได้เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อการตรวจวิเคราะห์จะ ถูกปฏิเสธและขอให้ส่งตัวอย่างมาตรวจใหม่ ได้แก่

1. ส่งตัวอย่างซีรั่ม ผิดห้องปฏิบัติการ

2. ไม่มีฉลากระบุข้อมูลของตัวอย่างซีรั่มบนภาชนะบรรจุ

3. ฉลากหรือใบนำส่ง มีข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน

4. ฉลากที่ติดภาชนะบรรจุมีรายละเอียดไม่ตรงกับใบนำส่ง เช่น ชื่อ – สกุล , HN

5. ตัวอย่างซีรั่มที่ใส่เลือดในหลอดที่มีสารกันเลือดแข็ง

6. ตัวอย่างซีรั่มมีปริมาณไม่เพียงพอกับการตรวจ

7. ภาชนะบรรจุตัวอย่างซีรั่ม แตก ร้าว ปิดไม่สนิท ทำให้มีซีรั่ม หก รั่ว ออกมา


8. ตัวอย่างซีรั่มมีเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolysis) มีสีชมพู/แดง ในระดับ 3+ ถึง 4+


9. ตัวอย่างซีรั่มเสีย



การเก็บรักษาตัวอย่างซีรั่ม

ควรเก็บตัวอย่างซีรั่มที่อุณหภูมิ 2 - 8 °C  จนถึงเวลานำส่ง  แต่ในกรณีที่ไม่สามารถนำส่งได้ทันทีให้นำตัวอย่างซีรั่มแช่แข็งไว้จนกว่าจะถึงเวลานำส่ง และการส่งตัวอย่างซีรั่ม ขอให้งดส่งในวันศุกร์ หรือ วันที่เป็นวันหยุดราชการหลายวันติดต่อกัน เนื่องจากตัวอย่างอาจไปตกค้างระหว่างการขนส่งได้


Login Form